Top 20 Programming Languages in 2025
เนื่องจากเทคโนโลยีมีความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง ภาษาโปรแกรมจึงมีความเฉพาะทางและหลากหลายมากขึ้น ความต้องการนักพัฒนาที่มีทักษะจึงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับความต้องการความรู้เกี่ยวกับภาษาโปรแกรมที่เกี่ยวข้องและทรงพลังที่สุดด้วย จากการจัดอันดับของ TIOBE Index และ RedMonk จากต่างประเทศ คาดว่าภาษาโปรแกรม เช่น Python, JavaScript และ Java จะยังคงได้รับความนิยมในปีถัดๆไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเทคโนโลยีใหม่ๆเข้ามา เช่น AI, Cloud Computing และ Blockchain ณ ปัจจุบันนี้ ที่ยังคงกำหนดทิศทางอนาคตของเทคโนโลยีต่อไป
1. Python
Python เป็นภาษาระดับสูง (High-Level, Interpreted Language) สามารถรองรับรูปแบบการเขียนโปรแกรม ได้หลายแบบ เช่น การเขียนโปรแกรม เชิงกระบวนการ การเขียนโปรแกรมเชิงออฟเจ็ก (Object-Oriented) และการเขียนโปรแกรมเชิงฟังก์ชัน ไลบรารีที่เป็นไปตามมาตรฐานขนาดใหญ่่ ใช้ในงานวิทยาศาสตร์ข้อมูล การทำงานกับเครื่องจักร (Machine Learning) เว็บแอปพลิเคชันและประเภทงานที่เน้นระบบอัตโนมัติ
2. JavaScript
JavaScript เป็นภาษาขั้นสูง (High-Level Language) ที่ใช้ในการพัฒนาเว็บไซต์ข้อมูลแบบไดนามิกเป็นส่วนใหญ่รองรับกับเบราว์เซอร์สมัยใหม่ได้ จำเป็นสำหรับการพัฒนา front-end และ back-end โดย Node.js, JavaScript เริ่มถูกนำมาใช้กันอย่างแพร่หลายในการพัฒนาด้านเซิร์ฟเวอร์ (server-side development) จึงกลายมาเป็นหนึ่งในภาษา ที่สำคัญที่สุดในสายงาน full-stack development ที่ใช้งานแอปพลิเคชันโปรแกรมขนาดใหญ่ มี Tools และ Frameworks ให้เลือกใช้มากมาย
3. Java
Java เป็นภาษาที่เน้นออฟเจ็กเป็นหลักและอิงตามคลาส (Object-Oriented, Class-Based Language) เป็นที่รู้จักในเรื่องความเป็นอิสระของระบบ (Java Virtual Machine (JVM)) รองรับหลายแพลตฟอร์ม ประสิทธิภาพสูง มีฟีเจอร์ครบถ้วน โดยเขียนครั้งเดียวรันได้ทุกที่ ภาษานี้ถูกนำไปใช้งานโซลูชั่นอย่างแพร่หลายในองค์กรที่มีการพัฒนาแอป Android และระบบขนาดใหญ่
4. C#
C# เป็นภาษาโปรแกรมเชิงออฟเจ็กขั้นสูง (High-Level Object-Oriented Programming Language) ที่ทันสมัยซึ่งพัฒนาโดย Microsoft เป็นภาษาที่เป็นส่วนหนึ่งของ .NET และช่วยให้นักพัฒนาสามารถสร้างแอปพลิเคชันได้ทุกประเภท ไม่ว่าจะบนเดสก์ท็อป เว็บไซต์และมือถือ เป็นหัวใจหลักในการพัฒนาเกมด้วย Unity และใช้พัฒนาแอปพลิเคชันระดับองค์กร เช่น Windows และเกมส์ในไมโครซอฟท์ (Microsoft)
5. C++
C++ เป็นส่วนเสริมส่วนขยายที่ต่อยอดมาจากภาษา C มาตรฐาน ทำให้ฟีเจอร์เชิงออฟเจ็ก (Object-Oriented Features) ที่มีประสิทธิภาพและได้ผลลัพธ์สูงตรงตามเป้าหมาย จึงเหมาะสำหรับการเขียนโปรแกรม, พัฒนาระบบเกมส์ รวมถึงแอปพลิเคชันที่ต้องการประมวลผลแบบเรียลไทม์ แต่ก็เป็นภาษาการเขียนโปรแกรมที่มี Syntax ค่อนข้างซับซ้อน
6. PHP
PHP เป็น Server-side scripting l
7. Ruby
Ruby เป็น Open-Sourced, Dynamic Language ภาษาที่ดาวน์โหลดฟรีนำมาพัฒนาต่อยอดได้ มีผู้ร่วมพัฒนามากมายในต่างประเทศ และเป็นภาษาแบบไดนามิกกล่าวคือ Dynamic typed ตัวแปรทั้งหมดจะต้องถูกกำหนดก่อนที่จะใช้งาน ไม่ต้องคอมไพล์ ลดขั้นตอนในการพัฒนาซอพท์แวร์ โดยคำนึงถึงการใช้งานและประสิทธิภาพการทำงานเป็นหลัก มีโครงสร้างภาษาที่เรียบง่าย
8. Swift
Swift เป็น Programming Language ภาษาโปรแกรมที่ทรงพลังและใช้งานง่าย สำหรับ macOS, iOS, watchOS และ tvOS การพัฒนาใน Swift เป็นแบบการโต้ตอบ (interactive) Swift ยังมีฟีเจอร์ทันสมัยที่นักพัฒนาชื่นชอบอีกด้วย
9. R
R เป็นภาษา Statistical Computing and Graphics Language ใช้สำหรับการคำนวณทางสถิติ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและมีเทคนิคมากมาย จึงเป็นตัวเลือกที่นิยมสำหรับการเขียนโปรแกรมแบบวิเคราะห์ข้อมูล
10. SQL
SQL คือ Language Standard เหมาะสำหรับงานที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลโดยเฉพาะ การสอบถาม การเลือก การดึง การจัดการระบบฐานข้อมูลและการจัดเก็บข้อมูลในคลังข้อมูล ไม่เหมาะกับการเขียนโปรแกรมทั่วไป
11. Kotlin
เป็นภาษาโปรแกรมใหม่ลักษณะ Statically Typed สามารถทำงานร่วมกับ Java ได้ โดยมีเป้าหมายเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานและความปลอดภัย โดยค่อยๆ ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นสำหรับการพัฒนา Android และแอปพลิเคชันด้านเซิร์ฟเวอร์ โดยโครงสร้างภาษายังสู้ Java ไม่ได้ ยังต้องมีการพัฒนาไลบรารีอีกมาก
12. TypeScript
TypeScript คือ strongly typed superset of JavaScript ซึ่งสามารถคอมไพล์เป็น JavaScript ทั่วไปได้ มีรูปแบบภาษาที่เรียบง่ายและมีความเร็ว ใช้งานในไมโครเซอร์วิส (Microservices) และระบบคลาวด์คอมพิวติ้ง (Cloud Computing) อย่างในระบบ Backend เช่น ในบริการคลาวด์และการเขียนโปรแกรมระบบที่มีประสิทธิภาพในแอปพลิเคชันสมัยใหม่และเป็นที่นิยมในกลุ่ม DevOps
13. Go
Go หรือที่เรียกอีกอย่างว่า Golang เป็นภาษา Statically Typed, Compiled Language ออกแบบโดย Google เป็นที่รู้จักในเรื่องความเรียบง่ายและมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการสร้างแอปพลิเคชันที่ปรับขนาดโครงสร้างโปรแกรมและทำงานพร้อมกันได้
14. Rust
Rust เป็น Systems Programming Language ภาษาโปรแกรมระบบที่เน้นด้านความปลอดภัย ความเร็ว และการทำงานได้พร้อมกัน ออกแบบมาเพื่อป้องกันจุดบกพร่องทั่วไปและรับรองความปลอดภัยของหน่วยความจำ
15. Scala
Scala เป็นภาษาขั้นสูง High-Level Language ที่ผสมผสานการเขียนโปรแกรมเชิงออฟเจ็กและเชิงฟังก์ชัน (object-oriented and Functional Programming) เข้าด้วยกัน ได้รับการออกแบบให้กระชับและเป็นระบบที่มีประสิทธิภาพ ใช้ในการประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ ระบบดิสทิบิว (Distributed Systems) และการพัฒนาเว็บ เหมาะกับความต้องการโซลูชันที่มีความยืดหยุ่นปรับโครงสร้างโปรแกรมได้
16. Dart
Dart เป็น Client-Optimized Language ภาษาที่ปรับแต่งให้เหมาะกับระบบไคลเอนต์ (Client) สำหรับแอปที่เน้นความรวดเร็วบนแพลตฟอร์มทั่วไป ออกแบบมาเพื่อสร้างแอปพลิเคชันมือถือ เดสก์ท็อป เซิร์ฟเวอร์ และเว็บไซต์
17. Perl
Perl เป็น General-Purpose, Interpreted Language ภาษาระดับสูงสำหรับวัตถุประสงค์ทั่วไป เป็นที่รู้จักในด้านความสามารถในการประมวลผลข้อความ มักใช้สำหรับการดูแลระบบ การพัฒนาเว็บ และการเขียนโปรแกรมเครือข่าย
18. MATLAB
MATLAB เป็น High-Performance Language ภาษาประสิทธิภาพสูงสำหรับการคำนวณทางเทคนิค โดยผสานการคำนวณ การแสดงภาพ และการเขียนโปรแกรมให้แสดงผลลัพธ์ที่ดูได้ง่ายขึ้น MATLAB โดดเด่นในด้านการคำนวณเชิงตัวเลขโดยมีกล่องเครื่องมือมากมายสำหรับการดำเนินการทางคณิตศาสตร์ การจำลอง และการวิเคราะห์ข้อมูลในแวดวงวิชาการและอุตสาหกรรม ได้รับความนิยมอย่างสูงในด้านวิศวกรรมและการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ แต่ต้นทุนลิขสิทธิ์สูงและไม่เหมาะกับการเขียนโปรแกรมทั่วไป
19. VBA or (Visual Basic for Applications)
Visual Basic for Applications หรือ VBA เป็นภาษาการเขียนโปรแกรมแบบอิงจาก Microsoft เป็นหลัก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในแอปกลุ่ม Microsoft Office โดยเฉพาะ จะไม่เหมาะสำหรับการพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ซับซ้อน มักใช้ในการสร้างแมโครและฟังก์ชันใน Excel และ Access ให้ทำงานได้อัตโนมัติ ซึ่งเป็นกลุ่มแอปที่ยังคงได้รับความนิยมตามสำนักงานในธุรกิจทั่วๆไป
20. Shell Scripting
Shell Scripting ใช้ในการเขียนโปรแกรมขนาดเล็กที่ทำงานได้อย่างอัตโนมัติในระบบปฏิบัติการประเภทยูนิกซ์ (Unix) แต่ไม่เหมาะสำหรับการพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ซับซ้อน ส่วนใหญ่ใช้สำหรับสายงานที่ดูแลระบบและการรันงานซ้ำๆ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้เป็นไปอย่างอัตโนมัติ
ขอบคุณที่มา : Netway

